http://www.srichinda.com
    
Intro  ศรีจินดาหน้าหลัก  มีข่าวดีมาบอก  วิธีชำระเงิน  ศรีจินดาChat room  วิธีสั่งซื้อ-จัดส่ง  Awards : รางวัล  แผนที่-ติดต่อศรีจินดา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สมาชิก
บัญชีผู้ใช้
รหัสผ่าน


ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
Menu
Intro
ศรีจินดาหน้าหลัก
มีข่าวดีมาบอก
วิธีชำระเงิน
ติดต่อศรีจินดา
วิธีสั่งซื้อ-จัดส่ง
ศรีจินดาChat room
หมวดหมู่สินค้า
สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
 สินค้าไทย ( Thai )
 สินค้าทิเบตและAsia
 สินค้าเทวรูป-ฮินดู
 หินมงคลแห่งรัก
 อุปกรณ์บูชาอื่นๆ
รู้เรื่องพระพิฆเนศ
รู้เรื่อง : ฮินดูเทพ
ย้อนรอยรุ่นดัง
สถานที่แห่งศรัทธา
พระราชพิธีและพิธีสำคัญทางศาสนา
.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

@@@---วัดโพธิคุณ จังหวัดตาก " ประติมากรออกแบบและสร้างพระอุโบสถ อ. สมประสงค์ชาวนาไร่ " ออกแบบ พระคเณศ 52 ปี มัณฑนศิลป์---@@

(อ่าน 7166/ ตอบ 8)

Nok_Srichinda (Member)


 " ประติมากรออกแบบและสร้างพระอุโบสถ อ. สมประสงค์ชาวนาไร่ " ออกแบบ พระคเณศ 52 ปี มัณฑนศิลป์



Nok_Srichinda (Member)

หลวงพ่อพระมหาวิบูลย์ พุทฺธญาโณ เจ้าอาวาส


Image

ป้ายชื่อตรงปากทางเข้าวัดโพธิคุณ


Image

อุโบสถ วัดโพธิคุณ

Nok_Srichinda (Member)

วัดโพธิคุณ (วัดห้วยเตย) ตั้งอยู่ใกล้ถนนสายเอเซียตาก-แม่สอด หลักกิโลเมตรที่ 69 อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่สอด 11 กิโลเมตรพอดี ห่างจากเนินพิศวงประมาณ 500 เมตร ตั้งอยู่เลขที่ 64/1 หมู่ที่ 6 บ้านห้วยเตย ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก 63110 แต่ละปีมีพระภิกษุ-สามเณรอยู่จำพรรษาไม่แน่นอน แต่ก็ไม่เคยต่ำกว่า 20 รูป ทั้งนี้ วัดโพธิคุณเป็นวัดฝ่ายอรัญวาสี ซึ่งมีกฎระเบียบอยู่ว่าพระภิกษุสามเณรต้องนำพาธุระทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กัน คือ



1. คันถะธุระ ได้แก่ การศึกษาเล่าเรียนทั้งนักธรรมและบาลีอันเป็นพุทธพจน์

2. วิปัสสนาธุระ ได้แก่ การปฏิบัติภาวนาทั้งสมถะภาวนาและวิปัสสนาภาวนา



ทั้งสองธุระนี้เป็นหน้าที่ของผู้บวชเข้ามาในพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

จะละเลยมิได้ ต้องศึกษาเรียนรู้แล้วปฏิบัติให้ดีงามตามสมควร



การก่อสร้างวัดโพธิคุณนั้นได้รัตนบุรุษสองท่านคือ ท่านหนึ่งหาทุนเพื่อการดำเนินการ และอีกท่านหนึ่งนั้นสละทั้งชีวิตและจิตใจทุ่มเทถวายตัวเป็นพุทธบูชา โดยไม่ยอมรับค่าตอบแทนใดๆ จากทางวัดเลย สร้างอุโบสถและศาลาการเปรียญเป็นสถาปัตยกรรมซึ่งมีศิลปะงดงาม พร้อมทั้งจัดอาณาบริเวณอันเป็นพุทธสถานไว้อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ เป็นดังการเนรมิตของพระวิษณุ ฉะนั้น



สถานที่ตั้งวัดโพธิคุณก่อนปีพุทธศักราช 2523 ยังเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ไม่เคยมีที่พักสงฆ์ สำนักสงฆ์ หรือวัดมาก่อนเลย มีประชาชนในตัวอำเภอแม่สอดมาจับจองแผ้วถางทำไร่พืชผักผลไม้อยู่ 5 เจ้าของด้วยกัน ประชาชนหมู่ที่ 6 ตำบลแม่ปะเป็นชาวพุทธทั้งสิ้น เพราะมีร่องรอยที่จะทำเป็นที่พักสงฆ์อยู่ทั้งที่บ้านห้วยหินฝนและบ้านห้วยเตย (เรื่องชื่อบ้านนั้นเอาไว้เล่าในเรื่องสันติเกนิทาน ) แต่ไม่มีพระภิกษุ-สามเณรมาพำนักอยู่ประจำ ทั้งนี้ทั้งนั้นยากแก่การสันนิษฐาน แต่พออนุมานได้ว่า อาจเป็นเพราะสถานที่ตรงนี้ขณะนั้นยังมีไข้ป่า เช่น ไข้มาลาเรีย ชุกชุมก็เป็นได้ และชาวบ้านโดยรวมมีความเป็นอยู่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์นัก ส่วนมากมีอาชีพรับจ้างและหาของป่ายังชีพกันตามมีตามได้ และความเป็นอยู่ก็กระจัดกระจายเปลี่ยนแปลงโยกย้ายกันอยู่ตามที่ที่จับจองห่างๆ กัน ไฟฟ้าไม่มีใช้ น้ำกินน้ำใช้ก็อาศัยน้ำตามลำธาร ยังไม่มีระบบการบริหารและจัดการให้เป็นองค์รวมอย่างมีกฎเกณฑ์เหมือนอย่างเป็นหมู่บ้านแล้วในปัจจุบันนี้





Image

พระทศพลญาณ (พระผู้มีญาณเป็นกำลัง 10 ประการ)

พระประธานในอุโบสถ ชั้นที่ 2 วัดโพธิคุณ


.......................................................................................








ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2523 มีพระเที่ยวกัมมัฏฐานสายปฏิบัติของ พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภทฺโท) วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี สองรูปด้วยกันคือ พระอาจารย์วิจิตรและพระอาจารย์ถาวร ได้มาปักกลดบำเพ็ญสมณธรรมอยู่บริเวณบ้านห้วยเตย ประชาชนในหมู่บ้านนอกจากจะถวายอาหารบิณฑบาตกับท่านแล้ว ยังมีโอกาสสนทนาธรรมกับท่านและได้นิมนต์ให้ท่านอยู่นานๆ และได้พาขึ้นมาดูที่ตรงที่สร้างวัดในปัจจุบันนี้ เมื่อท่านทั้งสองรูปมาเห็นที่แล้วก็พอใจ และได้ปักกลดบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ใต้ต้นขนุนใกล้ลำธารน้ำ ประชาชนในหมู่บ้านทั้งบ้านห้วยเตยและบ้านห้วยหินฝน โดยการนำของ คุณครูประสิทธิ์ สิทธิสงคราม คุณโยมประภาส บินทวิหค และคุณโยมชัย กันเกตุ ตกลงที่จะสร้างวัดขึ้น และได้ติดต่อเจ้าของที่ทั้ง 5 เจ้าของนั้น เจ้าของที่บางรายเมื่อทราบว่าชาวบ้านหมู่ที่ 6 ต้องการจะสร้างวัด บางเจ้าของได้ถวายที่ให้โดยไม่คิดค่าตอบแทนใดๆ แต่บางรายขอค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย เมื่อปัญหาเรื่องที่จากเจ้าของที่จับจองไม่มีปัญหาแล้ว เรื่องที่จะต้องดำเนินการต่อไปคือเรื่องทางราชการบ้านเมือง คือกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์



ประจวบกับเวลานั้น อาตมาภาพ พุทฺธญาณภิกฺขุ ซึ่งมีสังกัดอยู่วัดอินทารามวรวิหาร ตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร กลับจากไปจำพรรษาที่วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย ในพรรษาปี พ.ศ. 2522 ครั้นเมื่อเดินทางถึงวัดอินทารามวรวิหาร เกิดลางสังหรณ์ในใจอยู่ว่า เราคงหมดที่พึ่งแล้วกระมัง เพราะ พระเดชพระคุณหลวงพ่อวิเชียรมุนี ซึ่งเป็นอธิบดีสงฆ์ คือเป็นเจ้าอาวาสและเป็นพระนิสยาจารย์ของอาตมาภาพ ได้มรณภาพจากไปก่อนหน้าอาตมาภาพเดินทางกลับมาถึง แต่วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2522 และในระหว่างที่ร่วมบุญในงานศพของพระเดชพระคุณท่านนั่นเอง ก็ได้รับหนังสือบอกลงไปจากคุณโยมสิงห์น้อย ชาพรม บ้านแม่ตาว ตำบลแม่ตาว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ว่า สหธรรมิกของอาตมาภาพทั้งสองรูปดังกล่าวแล้ว ได้มาพักบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ยังที่ตั้งวัดในปัจจุบันนี้ และในหนังสือยังเน้นไปด้วยว่า สหธรรมิกทั้งสองรูปต้องการพบเป็นพิเศษ ขอให้ขึ้นมาพบกับท่านด้วย เมื่อทราบงานพระราชทานเพลิงศพของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระวิเชียรมุนีเป็นที่ชัดเจนแล้ว ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2523 เตรียมบริขารเดินทางขึ้นมา ในระยะนั้นทางขึ้นมายังที่ตั้งวัดเป็นป่ารกทึบด้วยป่าไผ่และวัชพืช ต่ำลงไปก็เป็นป่าพงที่หนาทึบมาก



Image

บริเวณภายในอุโบสถ ชั้นที่ 2

.......................................................................................





เมื่อเดินทางโดยการนำของคุณโยมสิงห์น้อย ชาพรม ก็ได้พบพระอาจารย์วิจิตรและพระอาจารย์ถาวร ท่านทั้งสองเป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว หลังผ่านการถามทุกข์-สุขของกันและกันพอสมควรแล้ว ท่านทั้งสองได้ปรารภให้ฟังว่า ประชาชนในหมู่บ้านต้องการจะให้สร้างเป็นวัดขึ้นในที่ดังกล่าวนี้ อาตมาภาพพิจารณาดูอาณาบริเวณแล้ว ก็บอกกับท่านทั้งสองว่า ถ้าทำได้ก็จะดีมากเพราะป่าเขาลำธารน้ำอุดมสมบูรณ์ดีอย่างยิ่ง เป็นเหมือนมีขอบเขตที่แบ่งไว้เป็นการเฉพาะ เนื่องจากมีภูเขาเป็นเหมือนเขตที่ชัดเจน และอยู่ห่างจากชุมชนดีมาก สงบสงัดปราศจากสิ่งรบกวน เหมาะสมที่จะเป็นวัดฝ่ายอรัญวาสี (วัดป่า) สำหรับบำเพ็ญสมณธรรมของผู้ใฝ่ความสงบทางจิตวิญญาณ เมื่อท่านพร้อมที่จะอยู่เพื่อให้ประชาชนเขาสร้างวัดก็สมควร และสำหรับผมเองมีอะไรจะช่วยเหลือได้ก็จะช่วยตามกำลังความสามารถ



จากการสนทนาเป็นที่เข้าใจกันดีแล้ว ท่านทั้งสองก็ได้นำพาอาตมาภาพขึ้นไปพักที่กุฏิหญ้าคาเชิงดอยที่สร้างเสร็จแล้ว กุฏิหลังดังกล่าวยังอนุรักษ์ไว้เป็นอนุสรณ์หลังหนึ่งจนถึงปัจจุบันนี้ และท่านทั้งสองก็ได้กลับลงไปพักที่บริเวณต้นน้ำซึ่งท่านแขวนกลดพักอยู่ใต้ต้นขนุน ในช่วงตอนต้นของค่ำคืนนั้น หลังจากสวดมนต์ไหว้พระเจริญสมณธรรมตามปกติแล้ว ได้พิจารณาพระธรรมวินัยที่ประพฤติปฏิบัติอยู่และดูความรู้สึกในจิตใจของตน ก็นึกแปลกใจอยู่อย่างว่า ทำไม ? จิตใจของเราพอมาถึงสถานที่แห่งนี้แล้ว เหมือนกับมีความอบอุ่นอะไรบางอย่างเกิดขึ้นอย่างประหลาด ทำให้นึกถึงคำเตือนของครูบาอาจารย์ฝ่ายปฏิบัติที่ท่านเคยเตือนอยู่ว่า “ถ้าไปถึงที่ใด แล้วมีความรู้สึกว่าเหมือนกับสถานที่เหล่านั้นเป็นที่อยู่ของตน ตรงนั้นจะต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อการปฏิบัติธรรมที่เราจะต้องดำเนินต่อไปให้ดีที่สุดก็ได้” และก็เผลอหลับไป ในการหลับไปของคืนแรกเป็นเรื่องแปลกมาก ฝันเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนอย่างกับเป็นเรื่องจริงๆ ที่เจอ และพบเห็นสิ่งที่ไม่น่าจะเป็น จนเวลาใกล้อรุณพอรู้สึกตัวตื่นขึ้นพยายามทบทวนความฝันก็ยังนึกแปลกใจว่า ทำไม ? ฝันยืดยาวเป็นเรื่องเป็นราวอย่างนี้ ฝันอย่างใดนั้นเอาไว้เล่าในการเขียนนิทานเกิดวัดโพธิคุณก็แล้วกัน เพราะในที่นี้เพียงต้องการให้รู้ประวัติวัดโดยย่อๆ เท่านั้น พอได้อรุณก็พากันเที่ยวโคจรบิณฑบาต เพราะบ้านประชาชนในระยะนั้นอยู่กระจัดกระจายห่างออกไปไกลมาก บางแห่งถึงสามกิโลเมตรก็มี และได้อยู่บำเพ็ญสมณธรรมกับสหธรรมิกจวนเวลาใกล้งานพระราชทานเพลิงศพพระเดชพระคุณพระวิเชียรมุนี ต้นเดือนเมษายน พ.ศ. 2523 จึงได้ลาท่านทั้งสองเดินทางลงกรุงเทพฯ กลับไปวัดอินทารามวรวิหาร



Image

พระตรีโลกเชษฐ์ (พระผู้ประเสริฐที่สุดในโลกทั้ง 3)

พระประธานในอุโบสถ ชั้นที่ 3 วัดโพธิคุณ


.......................................................................................





และเมื่องานพระราชทานเพลิงศพของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระวิเชียรมุนีผ่านไปแล้ว แต่กลางเดือนเมษายน พ.ศ. 2523 ก็ยังไม่ได้เดินทางไปไหน เพราะพระเดชพระคุณพระราชธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ขอร้องให้อยู่ช่วยกันก่อน เพราะอาตมาภาพมาอยู่ในนิสสัยของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระวิเชียรมุนี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 ได้ทั้งคันถะธุระและแนวทางวิปัสสนาธุระเริ่มต้นจากที่นี่ จึงตั้งใจว่าจะอยู่ช่วยเป็นธุระให้กับทางวัดสักระยะหนึ่ง



แต่แล้วทุกอย่างที่ว่าเป็นลางสังหรณ์ก็เริ่มปรากฏเป็นความจริงขึ้น เมื่อเวลาใกล้พรรษาในปีดังกล่าว ก็ได้รับหนังสือบอกลงไปจากคุณโยมครูประสิทธิ์ สิทธิสงคราม ว่าขอนิมนต์ขึ้นมาอยู่จำพรรษา ณ ที่พักสงฆ์ด้วย เพราะไม่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา และบอกไปด้วยว่าสหธรรมิกทั้งสองรูปของอาตมาภาพ คือพระอาจารย์ถาวรและพระอาจารย์วิจิตร ได้เดินทางกลับไปวัดหนองป่าพงแล้ว เมื่อทราบจากหนังสือก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่า ทำไม ? ท่านทั้งสองจึงจากไปเสียทั้งที่บอกว่าจะอยู่เพื่อให้ประชาชนเขาสร้างวัด และก็น่าจะส่งข่าวให้ทราบบ้างก็ไม่ส่งข่าวอะไรเลย แต่เมื่อญาติโยมเขานิมนต์แล้วก็ต้องไป จึงลาผู้รักษาการเจ้าอาวาสเดินทางขึ้นไป ท่านผู้รักษาการได้ให้พระบวชใหม่เป็นพระอนุจรติดตามขึ้นไปสองรูป และในพรรษาแรกเป็นที่พักสงฆ์มีพระอยู่จำพรรษาร่วมกัน 4 รูป เพราะก่อนเข้าพรรษาไม่กี่วันมีพระภิกษุเดินทางมาจากอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มาอยู่จำพรรษาด้วยอีกหนึ่งรูป ก็อยู่จำพรรษากันมาด้วยความเรียบร้อยตลอดไตรมาส



ออกพรรษาไม่นาน มีหลายๆ อย่างเป็นเรื่องท้าทายทั้งคนและภูมิอันลึกลับ ซึ่งทำให้ทิฐิที่เขาว่านั่นแหละทิฐิพระ ได้ตัดสินใจทันทีว่าจะต้องทำให้ได้ถ้ายังไม่ตายเสียก่อน และก็เป็นคำสั่งของครูบาอาจารย์ฝ่ายปฏิบัติได้สั่งด้วยว่า “ท่านควรเอาความตายเป็นธงชัยปักไว้บนดอยให้เขาได้ดูสักองค์หนึ่ง ในฐานะพระเที่ยวกัมมัฏฐานอย่างพวกเรา” ในระยะดังกล่าวนั้นก็ได้ให้นามที่พักสงฆ์ว่า “ที่พักสงฆ์สวนโพธิญาณอรัญวาสี” เพื่อเป็นการถวายเกียรติแก่พระสายกัมมัฏฐาน คือพระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภทฺโท) ด้วย เรื่องรายละเอียดนั้นเอาไว้เล่าในนิทานเกิดวัดโพธิคุณ



จากนั้นอาตมาภาพเดินทางลงกรุงเทพฯ คือวัดอินทารามวรวิหาร และได้บอกความตั้งใจที่จะสร้างวัดขึ้นให้อดีตท่านรองอธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง คือคุณอุทัย มนธาตุผลิน ทราบ และเดินทางกลับขึ้นมาที่พักสงฆ์ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524 ปรากฏว่า น.อ. พิเศษ อาวุธ สะมะพันธ์ ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผบ. นพค. 33 กรป. กลาง ได้นำเครื่องมือจักรกลของหน่วยมาตัดถนนขึ้นไปยังที่พักสงฆ์ และปรับที่บริเวณที่สร้างอุโบสถในปัจจุบันให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีคุณโยมครูประสิทธ์ เป็นผู้ดูแลบอกเขตให้ ทุกอย่างเหมือนกับเป็นเรื่องที่ถอยไม่ได้แล้ว จึงได้ดำเนินการต่อไป โดยสร้างกุฏิทรงไทยถาวรขึ้น ประชาชนชาวอำเภอแม่สอดหลายๆ ท่านก็ได้ให้การสนับสนุนตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงทุกวันนี้



Image

เสมาเอก อยู่ชั้นใต้ดิน (หรือชั้นที่ ๑) ตรงบริเวณกลางอุโบสถ

.......................................................................................





และปลายปี พ.ศ. 2524 คุณอุทัย มนธาตุผลิน พร้อมด้วยคุณบุญมี คุ้มชาติ คุณสมศักดิ์ กิจชูศรี คุณรัญจวน กสินธุ์ศรี และคุณทวี สุพรรณฮี เพราะขณะนั้นคุณอุทัยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองกษาปณ์ ได้จัดกฐินสามัคคีพร้อมด้วยชาวคณะจังหวัดพิจิตร นำโดยคุณบุญธรรม พิทักษ์ ประถมศึกษาจังหวัดพิจิตร ร่วมทอดกฐินพร้อมด้วยชาวอำเภอแม่สอด ทอดกฐินได้ปัจจัยเป็นทุนครั้งแรก 400,000 บาทเศษ และก็ดำเนินการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้



การดำเนินเรื่องทางกรมป่าไม้ กระทรวงเกษรและสหกรณ์ ได้รับอนุญาตที่ให้สร้างวัดได้เป็นจำนวน 15 ไร่ ตามหนังสือเล่มที่ 112 ฉบับที่ 08 ที่ทำการศาลากลางจังหวัด เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 อนุญาตให้กรมการศาสนา (โดยศึกษาธิการอำเภอแม่สอด) เมื่อได้รับอนุญาตเรื่องที่แล้ว กรรมการจึงทำเรื่องขออนุญาตสร้างวัดไปทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับหนังสืออนุญาตให้สร้างวัดได้เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2528 จากนั้นจึงทำเรื่องขอตั้งวัดในพระพุทธศาสนา ทางกระทรวงศึกษาธิการประกาศตั้งเป็นวัดชื่อ “วัดโพธิคุณ”



ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องตั้งวัดในพระพุทธศาสนา ตามที่นายสีมูล เพิ่มพูล ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด ณ หมู่บ้านที่ 6 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก นั้น บัดนี้ผู้รับอนุญาตได้สร้างเสนาสนะขึ้นสมควรเป็นที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์ได้แล้วอาศัยความตามข้อ 4 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2507) ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และด้วยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม กระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศตั้งเป็นวัดขึ้นในพระพุทธศาสนา มีนามว่า “โพธิคุณ” ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป



ขอให้วัดโพธิคุณ สถิตสถาพรตลอดกาลนาน

ประกาศ ณ วันที่ 13 มิถุนายน 2529

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ




เมื่อเป็นวัดถูกต้องตามกฎระเบียบแล้ว ทางการปกครองคณะสงฆ์โดยเจ้าคณะจังหวัดตาก ได้แต่งตั้งพระมหาวิบูลย์ พุทฺธญาโณ ป.ธ. 4 น.ธ. เอก วิชาครูพิเศษมูล เป็นเจ้าอาวาส เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 ทางเจ้าอาวาสปรึกษาตกลงกับคณะกรรมการทำเรื่องขอพระราชทานวิสุงคามสีมา และได้รับประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานวิสุงคามสีมา ประกาศ ณ วันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2532 โดยมีเนื้อที่พระราชทานวิสุงคามสีมา กว้าง 30 เมตร ยาว 50 เมตร เมื่อได้รับพระราชทานแล้ว ทางวัดได้ดำเนินการฝังลูกนิมิตและผูกพัทธสีมาตามหลักพระวินัย ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2536 และทางเจ้าอาวาสได้ตั้งคุณอุทัย มนธาตุผลิน เป็นไวยาวัจกรของวัดโพธิคุณ ตามระเบียบพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ทุกประการแล้ว



Image

อุโบสถ วัดโพธิคุณ

.......................................................................................





เนื่องจากวัดโพธิคุณเป็นวัดฝ่ายอรัญวาสี ซึ่งมีป่าสงวนแห่งชาติติดเนื้อที่ของวัดทั้งทางทิศตะวันออก ทิศใต้ และทิศเหนือ ทางวัดจึงดำเนินการทำเรื่องขออนุญาตจากกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อจัดทำเป็นพุทธอุทยาน และก็ได้รับอนุญาตให้เช่าได้ตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เล่มที่ 90 ฉบับที่ 78 ที่ทำการศาลากลางจังหวัดตาก เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2538 เป็นเนื้อที่ 250 ไร่ จนถึงวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568



ความเป็นมาของวัดโพธิคุณ จากเป็นที่พักสงฆ์และเป็นวัดแม้จะยังไม่สมบูรณ์เต็มรูปแบบทุกอย่าง แต่ก็อยู่ในขั้นตอนที่เป็นวัดถูกต้องตามกฎระเบียบตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์แล้ว แต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันที่บันทึกประวัติวัดเป็นเวลา 21 ปี ทางวัดโดยการนำพาของประธานสงฆ์ก็ได้พยายามดำเนินตามธุระที่พระภิกษุผู้บวชเข้ามาในพระธรรมวินัย จำเป็นจะต้องธำรงรักษาไว้นั่นคือ “คันถะธุระ” การศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย ทั้งฝ่ายนักธรรมและบาลีอันเป็นพุทธพจน์ ธุระส่วนนี้พระภิกษุ-สามเณรที่จบการศึกษาในส่วนนักธรรมตรี-โท-เอก นั้นมากรูป และที่เป็นมหาเปรียญธรรมไปแล้วประมาณ 10 กว่ารูป และ “วิปัสสนาธุระ” การปฏิบัติภาวนาทั้งสมถะภาวนาและวิปัสสนาภาวนา และบำเพ็ญธุดงควัตร ก็ไม่เคยทอดธุระ เพราะเป็นธุระที่นักบวชผู้เข้ามาสู่พระธรรมวินัยนี้จะต้องทรงไว้เป็นหน้าที่โดยตรง



ส่วนเรื่องการหาทุนเพื่อสร้างเสนาสนะต่างๆ นั้น ถือว่าเป็นหน้าที่ของไวยาวัจกรและคณะกรรมการวัดเป็นผู้จัดการและดำเนินการ เพราะหน้าที่การก่อสร้างนั้นเป็นเรื่องของอุบาสก-อุบาสิกาแต่โบราณมา ซึ่งเกิดวัดในพระพุทธศาสนาเป็นวัดแรก คือวัดเวฬุวัน ที่กรุงราชคฤห์, วัดพระเชตวัน, วัดบุพพาราม และวัดนิโครธาราม ดูตามพระพุทธประวัติความเป็นมาแล้ว เป็นเรื่องของฆราวาสญาติโยมทั้งสิ้น เว้นแต่บางครั้งพระภิกษุอาจช่วยบ้างก็เพียงแต่อยู่เป็นหลักให้เกิดความแน่ใจแก่ผู้สร้างว่าจะต้องมีพระภิกษุอยู่แน่นอนเท่านั้น ไม่ใช่พระภิกษุไปเป็นธุระเสียเอง ตามพระพุทธประวัติแล้วไม่ค่อยจะพบ เพราะไม่ใช่ธุระของผู้บวชเข้ามาในพระธรรมวินัย ถ้าทำหน้าที่ผิดธุระเสียแล้ว มันจะสับสนวุ่นวาย ธุระที่นักบวชควรจะได้ก็กลายเป็นอย่างอื่นไป เป็นการได้สิ่งที่ไม่น่าจะได้ แทนที่จะได้หัวกลับไปได้หาง หางยาวมากเข้าก็เป็นเรื่องสับสน จนในที่สุดหาทางแก้กันไม่ค่อยจะพบต้นเหตุที่แท้จริง



Image

หอภูมิทัศไนย์ (อาคารศาลาการเปรียญ)

.......................................................................................





หน้าที่คือธุระ ถ้าทุกฝ่ายรู้สิทธิและหน้าที่ ไม่ต้องสมบูรณ์อย่างครั้งพุทธกาล แต่ก็อย่าละเลยจนกลายเป็นส่งเสริมกันไม่ถูกที่ถูกทางจนเกินงามไป สิ่งที่ได้มันจะไม่คุ้มค่าก็เท่านั้นเอง ถ้าทุกฝ่ายรู้และเข้าใจสิทธิพร้อมทั้งหน้าที่ความเป็นพุทธบริษัท ทั้งฝ่ายภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา อย่างดีงามตามสมควรแล้ว พระพุทธศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ประกาศทางเดินทางจิตวิญญาณไว้อย่างชัดเจนแล้ว คือมรรคสัจจ์ตามหลักอริยสัจจ์ ก็ยังมีทางเดินที่ไม่หลงทาง ทั้งผู้นำเดินและผู้ตามก็น่าจะไม่ก่อปัญหา “เหล็กจะพินาศก็เพราะตัวเหล็กเอง คือสนิมที่เกิดอยู่ในตัวเหล็ก”



พระพุทธศาสนาอันเป็นคำสอนที่มีแต่ความบริสุทธิ์ ที่ถ่ายทอดออกมาจากพระหฤทัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเกิดประโยชน์ที่แท้จริงแก่ทุกเหล่าทุกฝ่ายได้ตามพระเมตตาพระมหากรุณาได้อย่างแท้จริง อยู่ที่ธุระอย่างที่ว่าแล้ว ถ้าทุกฝ่ายทำธุระให้ถูกที่ตามหน้าที่แล้ว ทางเดินยังมีเดินได้อย่างสง่างามตามหลักพุทธธรรม ไม่จำเป็นต้องไปสร้างธุระอื่นให้เป็นเรื่องผิดที่ผิดทางอย่างที่ว่า คือหัวควรเป็นหัวที่มีมันสมองที่เต็มไปด้วยความมั่นคงในพุทธธรรม ไม่ต้องไปสร้างธุระอะไรหลอนตัวเอง จนต้องสิ้นเปลืองโดยไม่มีความจำเป็น



สำหรับวัดโพธิคุณ ครั้นเมื่อทุกฝ่ายที่เข้ามาเห็นแล้ว จะถามกันอยู่อย่างต่อเนื่องว่า ใช้ทุนทรัพย์สร้างไปมากมายเท่าไร ? คำถามอย่างนี้จะเป็นคำถามซ้ำๆ ซากๆ จึงขอประกาศไว้ให้ทราบ ณ ที่นี้เลยว่า วัดโพธิคุณที่สร้างมาไม่ใช่มีทุนอะไรมากมายอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ทุนจริงๆ ที่ทางวัดมีการดำเนินการเฉลี่ยต่อปีประมาณปีละ 1,500,000 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาท) 20 ปีมีทุนดำเนินการเพียง 30 ล้าน ในจำนวน 30 ล้านบาทนี้ ไม่ใช่ใช้เฉพาะเรื่องการก่อสร้างทั้งหมด ทั้งค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นแก่พระภิกษุ-สามเณรยังผนวกรวมอยู่ด้วย แต่ถ้าจะมีคำถามต่อว่า สร้างกันมาได้อย่างไร ? ขอตอบว่า ด้วยความจริงใจของทุกฝ่ายที่เข้ามาร่วมดำเนินการคือศรัทธาที่มั่นคงต่อพระรัตนตรัย ทุนทรัพย์ทุกอย่างที่มีดำเนินการบริหารและจัดการ จะทำเพื่อบูชาพระรัตนตรัยอย่างจริงจังและจริงใจ อะไรที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่าเป็นอบายหายนะ จะไม่มีอย่างเด็ดขาด “วัด” ความหมายคือจำนวนหรือพื้นที่บำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา สำหรับอุบาสกอุบาสิกา, นักบวชคือพระภิกษุ-สามเณร, ธุระคือศีล สมาธิ ปัญญา, ในเนื้อที่ดังกล่าวที่เรียกว่าวัด จะเป็นพื้นที่ดังกล่าวนี้ จะไม่มีอะไรเป็นเหตุให้ต้องใช้ทุนไปในทางที่ไม่จำเป็นในเรื่องอบายหายนะ

Nok_Srichinda (Member)

Image

พระมหาวิบูลย์ พุทฺธญาโณ





* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *



ประวัติและปฏิปทาพระมหาวิบูลย์ พุทฺธญาโณ

http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=15126



เว็บไซต์วัดโพธิคุณ

http://watpotikhun.webwat.net/



* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

Nok_Srichinda (Member)

ขอขอบพระคุณ


http://www.dhammajak.net


 



 

ตั้มบ้านตาก



Clip VDO แนะนำวัด



วัดโพธิคุณ

เบญจวรรณ

ศรัทธาค่ะ

champ

  สวยมากๆครับ

อาม

เห็นมากับตาแล้วครับ สวยมากๆ ศรัทธาครับๆ
Page : 1
Lock Reply
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 07/07/2008
ปรับปรุง 09/05/2019
สถิติผู้เข้าชม4,377,296
Page Views5,415,811
สินค้าทั้งหมด 309
« May 2020»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      
1-Surin-News
ไปรษณีย์ไทยEMS
รวยด้วย Ebay
Dictionary-Thai-English
ข่าวสดออนไลน์
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สลากกินแบ่งรัฐบาล
Igetweb
Tarad.com
PaySbuy
Web-ClipVedeo
เพื่อนบ้านทั้งหมด
.

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

.

.

.

.

.

.

.

.

.


 ศรีจินดาหน้าหลัก  ศรีจินดาพาธรรม  ศรีจินดาWebboard  ศรีจินดาพาทัวร์  วิธีชำระเงิน  วิธีสั่งซื้อ-จัดส่ง  ติดต่อศรีจินดา
view