http://www.srichinda.com
    
 ศรีจินดาหน้าหลัก  มีข่าวดีมาบอก  วิธีชำระเงิน  ศรีจินดาChat room  วิธีสั่งซื้อ-จัดส่ง  Awards : รางวัล  แผนที่-ติดต่อศรีจินดา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สมาชิก
บัญชีผู้ใช้
รหัสผ่าน


ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
Menu
Intro
ศรีจินดาหน้าหลัก
มีข่าวดีมาบอก
วิธีชำระเงิน
ติดต่อศรีจินดา
วิธีสั่งซื้อ-จัดส่ง
ศรีจินดาChat room
หมวดหมู่สินค้า
สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
 สินค้าไทย ( Thai )
 สินค้าทิเบตและAsia
 สินค้าเทวรูป-ฮินดู
 หินมงคลแห่งรัก
 อุปกรณ์บูชาอื่นๆ
รู้เรื่องพระพิฆเนศ
รู้เรื่อง : ฮินดูเทพ
ย้อนรอยรุ่นดัง
สถานที่แห่งศรัทธา
พระราชพิธีและพิธีสำคัญทางศาสนา
.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

พระตรีมูรติ " สามมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ เทพผู้ประมานความรัก ความเมตตา และ นำพาความสุข " องค์แบบเดียวกับ เซ็นทรัลเวิร์ด

พระตรีมูรติ " สามมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ เทพผู้ประมานความรัก ความเมตตา และ นำพาความสุข " องค์แบบเดียวกับ เซ็นทรัลเวิร์ด

เมนูลัด :  หน้าแรก     สินค้าทั้งหมด   Download    Clip VDO    ตรวจสินค้าEMS     วิธีสั่งซื้อและจัดส่ง    วิธีชำระเงิน    ติดต่อเรา

โครงการจัดสร้างพระตรีมูรติ รายได้สมทบทุนมูลนิธิร่มฉัตร และ กองทุนผลิตสื่อเพื่อเผยแพ่พระพุทธศาสนา ปี 2548

( เป็นข้อมูลย้อนรอย ใน ปี 2548 )

นายอภิรักษ์โกษะโยธิน : ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทูลเกล้าฯถวายของที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้แก่ พระศรีศากยมุนีเนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อไม้ กำกับหมายเลข 1-9 จำนวน 9 องค์ เทวรูปพระตรีมูรติ ขนาดกว้าง 12 นิ้ว สูง 88 เซนติเมตร จำนวน 1 องค์ ( รูปแบบองค์เดียวกันกับ ที่ ลานเซ็นทรัลเวิร์ล และ ที่ได้จัดสร้างให้บูชาแก่ประชาชน ) และยังได้ทูลเกล้าฯถวายเสาชิงช้าจำลอง ทำจากเนื้อไม้สักทองอายุกว่า 100 ปี ต้นเดียวกับที่ใช้ทำเสาชิงช้าต้นหลัก ขนาดย่อส่วนจากจริง 1:25 

 พระเทพภาวนาวิกรม (เจ้าคุณธงชัย ) วัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร ทูลเกล้าฯถวายเทวรูปพระตรีมูรติ ขนาดสูง 100 ซ.ม.  แด่ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เมื่อครั้งพระองค์เสด็จมากราบ หลวงพ่อทองคำ วัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร

อ้างอิงรูปภาพ จาก : มติชนออนไลน์

 

ในปัจจุบัน คนไทยเรานอกจากจะกราบไหว้บูชาพระพุทธปฏิมากรแล้ว ก็ยังมีที่พึ่งทางใจจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาอื่นอีกด้วย ดั่งเช่น “พระตรีมูรติ” เทพเจ้าแห่งศาสนาพราหมณ์

วันนี้จึงขอนำเรื่อง “พระตรีมูรติ”(Trimurti) มาเล่าสู่กันฟัง


แต่โบราณมา “ศาสนาฮินดู” (Hinduism) ถือกำเนิดโดย “ชาวอารยัน” เมื่อ 1,000 ปี ก่อนพุทธกาล หรือราว 3,500 กว่าปีมาแล้ว “ชาวฮินดู” ได้นำลัทธิพระเวทมาผสมกับคติพื้นเมืองของ “อินเดียโบราณ” ซึ่งเชื่อกันว่าพระพรหมเป็นผู้สร้างโลกและยกย่อง “พราหมณ์” ในฐานะผู้สามารถติดต่อกับเทพเจ้าได้ให้เป็นชนชั้นสูงสุดของสังคม ด้วยเหตุนี้ศาสนาฮินดูจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ศาสนาพราหมณ์”

โดยเทพเจ้าที่ได้รับการเคารพสูงสุดมี 3 องค์ คือ

1. พระพรหม (the god Brahma) นามอื่นที่ใช้กันมาก คือ ธาดา (ผู้ทรงไว้) โลเกศ (จอมโลก) และ ปรเมษฐ์ (เป็นใหญ่ในสวรรค์) ทรงถือกำเนิดขึ้นเมื่อ พระอาตมภู (ผู้เกิดเอง) ได้สร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นจากความว่างเปล่า เมื่อทรงหว่านพืชลงในน้ำ ก็บังเกิดไข่ทองขึ้น พอไข่ทองแตกก็ปรากฏองค์พระพรหมอยู่ภายใน มเหสีของพระองค์คือ พระสรัสวดี

พระพรหมทรงมีวรกายสีแดง มีสี่พักตร์ แปดกรรณ (หู) สี่กร (บ้างว่า 8 กร) ถือธารพระกร ช้อน (สำหรับหยอดเนยในไฟ) หม้อน้ำ คัมภีร์ มีประคำคล้องศอ ถือธนู มีหงส์เป็นพาหนะ

พระพรหมทรงกอปรไปด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ทางพระพุทธศาสนาจึงเรียกว่า พรหมวิหาร คือ ธรรมเป็นเครื่องอยู่ของพรหม



2. พระอิศวร  (the god Siva) นามอื่นมีมากมาย อาทิ พระมหาเทพ พระตรีโลจนะ (สามตา) นิลกัณฐ์ (คอดำ) จันทรเศขร (เอาพระจันทร์เป็นปิ่น) ตำนานกำเนิดหนึ่งกล่าวว่า ทรงเป็นโอรสของ พระกัศยป กับ นางสุรภี แต่บางตำนานอ้างว่า ทรงสร้างพระองค์ขึ้นเองจากพระเวทและพระธรรม ทรงมีมเหสีชื่อ อุมา หรือ บารพตี

พระอิศวรมีสีกายขาว มีสามเนตร (เนตรที่ 3 อยู่กลางหน้าผาก) มีรูปพระจันทร์ครึ่ง ซีกอยู่เหนือเนตรที่ 3 เกศามุ่นเป็นชฎา รุงรัง มีประคำกะโหลกหัวคนคล้องศอ สังวาลเป็นงู ศอสีนิล นุ่งหนังเสือหนังช้าง หรือหนังกวาง สถิตอยู่บนเขาไกรลาศ ในเทือกเขาหิมาลัย มีตรีศูลเป็นอาวุธ ถือคทายอดหัวกะโหลก ถือสังข์ ฯลฯ มีวัวนนทิเป็นพาหนะ

พระอิศวรทรงมีพระทัยกรุณา ให้พรแก่ผู้ขอโดยง่าย นอกจากนี้ยังทรงเป็นผู้ล้าง ผู้ทำลาย (เพื่อให้ไปถือกำเนิดใหม่) เป็นผู้สร้างดังสัญลักษณ์ เป็นรูปศิวลึงค์



3. พระนารายณ์ (the god Vishnu) นามอื่นๆ คือ วิษณุ พิษณุหริ (ผู้สงวน) อนันตไศยน (นอนบนอนันตนาค) ตำนานกำเนิดของพระนารายณ์ มีว่า หลังจากพระอิศวรทรงบังเกิดขึ้นจากพระเวทพระธรรมแล้ว ก็ทรงสร้างผู้ช่วยขึ้น โดยเอาพระหัตถ์ ซ้ายลูบพระหัตถ์ขวา ปรากฏเป็นองค์พระนารายณ์ขึ้น และไปประทับอยู่ในเกษียรสมุทร ยามใดที่ทุรยุคพระนารายณ์ก็มีหน้าที่ไปปราบระงับทุกข์ เรียกว่า อวตาร ทรงมีพระมเหสีนามว่า พระลักษมี และมีครุฑเป็นพาหนะ

รูปโฉมของพระนารายณ์ที่จิตรกรนิยมเขียน จะเป็นบุรุษหนุ่ม กายสีนิลแก่ อาภรณ์อย่างกษัตริย์ เสื้อทรงสีเหลือง มีสี่กร ทรงตรีคทา จักร สังข์ บ้างว่าทรงธนู ดอกบัว หรือพระขรรค์

เทพเจ้าทั้งสามองค์ คือ พระพรหม พระอิศวร และพระนารายณ์ รวมเรียกว่า “พระตรีมูรติ” (Trimurti)


พระตรีมูรติ
และหากจะกล่าวถึงที่มาของการกำเนิด “พระตีมูรติ” ก็มีกล่าวกันไว้หลายตำนานต่างๆกัน เช่น ในตำนานที่เกี่ยวข้องกับ เทพทัตตาเตรยะ อันเป็นอวตารของมหาวิษณุ (พระนารายณ์) มีฤาษี อัตริ เป็นบิดา และนาง อนุสูยา เป็นมารดา มีดังนี้...

ขณะที่ฤาษีนามว่า อณิมาณฺฑวฺย (อะ-นิ-มาน-ดับ-วยะ) นั่งสมาธิอยู่ โจรกลุ่มหนึ่งได้หนี เจ้าหน้าที่ผ่านมาทางนั้น ตำรวจหลวงที่ติดตามโจร ได้สอบถามถึงโจรกับฤาษี ฤาษีอยู่ในสมาธิจึงไม่ยอมปริปากใดๆ ตำรวจหลวงเข้าใจว่าฤาษีนั่นเองเป็นโจร จึงจับมัดมือมัดเท้านำไปเฝ้าพระราชา พระราชาทรงตัดสินใจประหารชีวิตฤาษี โดยใช้วิธีเสียบด้วยตรีศูล เจ้าหน้าที่ได้ทำตามนั้น และนำฤาษีที่ถูกเสียบ แต่ยังไม่ตายไปปักไว้บนยอดเขา


ในระหว่างนั้น นางศีลวตี ซึ่งเป็นภรรยาที่ ซื่อสัตย์ต่อสามีอย่างยิ่ง เดินทางผ่านมาทางนั้นโดยให้สามีชื่อ อุครศรวัส (อุค-คระ-ศระ-วัส) ขี่คอ เพื่อไปยังบ้านของหญิงแพศยา ขณะที่ฝนตกทำให้ ทางเดินลำบาก อุครศรวัสได้ด่าทอฤาษีหาว่าเป็นตัวการทำให้ฝนตก ฤาษีโกรธจึงสาปให้ศีรษะของอุครศรวัสแตกเป็นเจ็ดเสี่ยงเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ศีลวตีได้ยินคำสาป นางมีความซื่อสัตย์ต่อสามีมาก จึงตั้งจิตอธิษฐานไม่ให้พระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งคำอธิษฐานก็ได้ผล 


From left, Brahma, Vishnu, Shiva
เมื่อพระอาทิตย์ไม่ขึ้น ทำให้เดือดร้อนไปทั่วจักรวาลรวมถึงเทวดา จึงพากันไปเฝ้าพระพรหม แต่พระพรหมช่วยอะไรไม่ได้ จึงพากันไปเฝ้าพระศิวะ พระศิวะก็ช่วยไม่ได้ จึงพากันไปเฝ้าพระมหาวิษณุ จากนั้น พระตรีมูรติ (พระพรหม พระศิวะ และพระวิษณุ) จึงพากันไปหานางอนุสูยา เพื่อให้ นางขอร้องศีลวตีถอนคำอธิษฐาน นางก็ยอมตามที่ขอ และเทพตรีมูรติได้ให้คำมั่นสัญญาว่า อุครศรวัสจะไม่ตาย


เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นตามปกติ เทพตรีมูรติมีความยินดีจึงให้นางอนุสู ยาขอพร นางจึงขอพรให้เทพทั้งสามมาเกิดเป็นลูกของนาง เทพตรีมูรติจึงให้ พรตามที่ขอ พระวิษณุจึงเกิดจากนางเป็นพระทัตตาเตรยะ พระศิวะเป็น ทุรวาสัส และพระพรหมเป็นพระจันทร์

พระทัตตาเตรยะ บำเพ็ญตบะตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และได้เป็นฤาษีทัตตาเตรยะ

โดยเหตุนี้คนโบราณจึงนิยมสร้างรูปปั้นหรือรูปหล่อของ “พระตรีมูรติ” เพื่อเป็นการแสดงออกทางรูปธรรมที่ ประชาชนทั่วไปมีต่อสิ่งสูงสุด ทั้งนี้ เชื่อกันว่าหากบูชา “พระตรีมูรติ” ก็จะได้รับความอุดมสมบูรณ์ ทั้งในชีวิต ความรัก และการงาน เพราะเทพทั้ง 3 เป็นผู้บันดาลความเป็นไปของมวลมนุษย์ในโลก คือ

องค์พรหม-เป็นผู้ให้กำเนิดกำหนดชีวิตแต่ละคนขึ้นมา

องค์วิษณุนารายณ์-เป็นผู้คอยปกป้องดูแลความเป็นไปในโลก

องค์ศิวะ-เป็นผู้กำหนดโชคชะตามนุษย์



นอกจากนี้ยังมีตำนานที่เกี่ยวข้อง กับเทพตรีมูรติอีกว่า แต่เดิมนั้นเทพกับอสูรเป็นอริต่อกัน แต่การต่อสู้กับเหล่าอสูรซึ่งมีอิทธิฤทธิ์มาก เทวดาทั้งหลายพากันวิตกว่าจะพ่ายแพ้ จึงนำเรื่องไปปรึกษาพระศิวะ พระนารายณ์ และพระพรหม เทพทั้ง 3 องค์ จึงตกลงกันทำ “พิธีกวนเกษียรสมุทร” เพื่อให้ได้น้ำอมฤตซึ่งใครดื่มจะไม่ตาย และชวนอสูรให้มาร่วมด้วย โดยสัญญาว่า จะให้ดื่มน้ำอมฤต

พิธีกวนเกษียรสมุทรจึงเริ่มขึ้น โดยใช้เขาพระสุเมรุเป็นไม้กวนทะเล เกษียรสมุทร และมีพระยาวาสุกรี (พญานาค) เป็นเชือกพันรอบเขาพระสุเมรุ และเหล่าเทวดา-อสูร ต่างก็รวมใจกันเข้าชักสายเชือก โดยเทวดาวางแผนให้พวกอสูรดึงด้านหัวพญานาค พอฉุดนานเข้าพญานาคเกิด ความร้อนและเหน็ดเหนื่อย จึงพ่นพิษโดนเหล่าอสูรจน ร่างกายมีสีดำ ส่วนเหล่าเทวดาดึงหางพญานาคมีฝนโปรยปรายเย็นชุ่มฉ่ำ


พระตรีมูรติ : มีความหมายว่ารูป 3 ซึ่งก็คือเทพเจ้า 3พระองค์ ซึ่งเป็นที่เคารพของศาสนาพราหมณ์และศาสนาฮินดูนั้นเอง เทพทั้ง 3
การกวนเกษียรสมุทรต้องใช้เวลาเป็นแรมปี เหตุนี้องค์นารายณ์ทรงเล็งเห็นว่าหากทำไปเรื่อยๆ อาจทำให้เขาพระสุเมรุทะลุพื้นทะเลลงไป จึงทรงอวตารแปลงกายเป็นเต่ายักษ์ลงไปรองรับ แผ่นโลกไว้ เวลาผ่านไปถึง 1,000 ปี การกวนเกษียร สมุทรสำเร็จ เหล่าอสูรกรูกันเข้ามาแย่งดื่ม องค์ นารายณ์จึงแปลงร่างเป็นสาวงามล่อเหล่าอสูรไปอีกทางหนึ่ง เทวดาจึงได้ดื่มน้ำอมฤตกันทั่วหน้า ฝ่ายอสูรมีเพียง ราหู ดื่มไปได้ 1 อึก พระอาทิตย์ และพระจันทร์เห็นเข้า จึงฟ้ององค์นารายณ์ พระองค์ จึงขว้างจักรตัดกายราหูเป็น 2 ส่วน แต่ไม่ตาย จึงเป็นตำนานเกิดปรากฏการณ์สุริยคราสและจันทรคราสในปัจจุบัน

ความศรัทธาใน “ตรีมูรติ” ได้สืบทอดผ่าน ยุคผ่านสมัย ทั้งในอินเดีย เขมร พม่า ลาว และไทย ได้รับการเทิดทูนจนกลาย เป็นสัญลักษณ์ใหม่ของการประทานความรัก และความสมหวัง ให้มวลมนุษย์ ผู้โหยหาความรักไปแล้วในปัจจุบัน แม้กระทั่งใน วันวาเลนไทน์ อันเป็นวันแห่ง ความรักของฝรั่ง ก็ยังมีหนุ่มสาวจำนวนมากไป ขอพรจากรูปเคารพ “ตรีมูรติ”


"โอม" (AUM) เป็นสัญญลักษณ์ของพระตรีมูรติ โดยเป็นการรวมอักษร (อักษรเทวนาครี)

1. อะ หมายถึงพระวิษณุ หรือพระนารายณ์ เทพเจ้าผู้ดำรงรักษา

2. อุ หมายถึงพระพรหม เทพเจ้าผู้สร้างโลก

3. มะ หมายถึงพระศิวะเทพ เทพเจ้าผู้ทำลาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อ้างอิงข้อมูลและรูปภาพ จาก : ThaiRat

 สาธุ สาธุ สาธุ อุกาสะ ข้าแต่องค์พระตรีมูรติที่ยิ่งใหญ่ข้าพเจ้า

นาย,นาง............................( บอกชื่อ นามสกุลและที่อยู่ )
กราบเบื้องบาทแด่องค์ท่านแล้ว พระองค์เคยประทานพรแด่ทวยเทพทั้งหลาย
ผู้ปฎิบัติดี ผู้ปฎิบัติชอบทั้งหลาย บัดนี้ข้าพเจ้ามากราบเบื้องบาทแด่พระองค์ท่านแล้ว
จึงขอพรจากพระองค์ซึ่งประทานไว้ ณ บัดนี้ ( .....ขอพร..... )
เตสัง อัมหากัง พรใดอันประเสริฐจงมาบังเกิดแด่ข้าพเจ้า
ตุมหากัง และจงบังเกิดแด่ผู้คุ้มครองข้าพเจ้า
ฑีฆายุกา มหาเดชา มหาปัญญา มหาโภคา มหายะสา มหาลาภา ปัญจวีสติ
ภยันจะ ทวัตติงสะ ฉันนะวุฒิติโรคัญจะ โสระสะ อุบัติอันตรายยัญจะ อัยยัญติกะ
อันตรายยัญจะ พาหิระ อันตรายยัญจะ วิระหิตะวา โหตุ ยาวะชีวัง พระวิสตีติ
( พระตรีมูรติ )

 

ต้องตั้งมั่นว่า เทพเราไม่รู้ว่าตัวตนวิญญาณเขาเป็นอย่างไร เห็นเพียงแต่รูปสมมุติ ต้องเอาจิตของเรายึดมั่นถือมั่น เทพไม่ต้องการอะไร ต้องการเพียงสัจจะ มนุษย์มีสัจจะว่าจะให้อะไรท่านเท่านั้น  เช่นท่านประทานอะไรให้ เราจะมาทำให้ บางคนบอกจะมารำถวาย ท่านก็รับ  จริงๆแล้วเทพท่านไม่ได้อยากได้อะไร  ในมือท่านก็ว่างเปล่าไม่มีอะไร จริงๆแล้วที่เรามาพลี มาสังเวย เครื่องบวงสรวงเราต้องการตอบแทนท่าน ท่านก็จะเอาไปเลี้ยงวิญญาณ ที่อดอยาก บางคนมาขอลูก มนุษย์ที่ตายไปแล้วไม่ได้ผุดได้เกิด มาดูแลท่าน มารับใช้วิญญาณ ท่านก็ให้ไปเกิด เป็นลูก อยู่ที่คนศรัทธา และมีสัจจะว่าจะทำอะไร เท่านั้นเอง

อ้างอิงรูปภาพ จาก : มติชนออนไลน์

 “ อะ”   เสียงท้ายของคำว่า ศิวะ

“ อุ ”    เสียงท้ายของคำว่า วิษณุ

“ มะ ” เสียงท้ายของคำว่า พรหม

                   การเอ่ยคำว่า โอม” จึงเท่ากับเป็นการเอ่ยนามของเทพทั้งสาม ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ได้รับพรอันประเสริฐจากเทพเจ้า ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า โอมเพี้ยง” ในความหมายของการอธิษฐานขอให้เทพเจ้าทั้งสามบันดาลให้สิ่งที่
ปารถนาเป็นจริง ยามใดที่เราอยากให้ความฝันเป็นจริง เรามักอธิษฐานจนติดปากว่า โอมเพี้ยง...ขอให้ ( คำขอพร) ”
ดังนั้นเราจึงมีองค์ศิวะ องค์พรหม องค์วิษณุนารายณ์ระลึกอยู่ในจิตใจตลอดเวลา

 ธูปแดง๙ ดอก, เทียนแดง, ดอกกุหลาบแดง และ ผลไม้

ขอให้ท่านตั้งจิตเป็นกุศล และขอพรจากองค์พระตรีมูรติในเรื่องที่ดีงาม ถูกต้องตามทำนอง
ครองธรรม พรนั้นก็จะสัมฤทธิ์ผลตามต้องการ
ขออำนาจองค์พระตรีมูรติจงคุ้มครอง และบันดาลให้ท่านสมความปรารถนาทุกประการ

 

 

ในคัมภีร์หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราชวรวิหาร ในคัมภีร์ระบุว่า กุ้ง พล่า ปลายำ หัวหมู เป็ด ไก่ เป็นของสด แต่เราจะมาถวายเทพ  ท่านผ่านมาว่าสิ่งเหล่านี้อย่าไปเบียดเบียนชีวิตเขาเลย ก็ไม่ควรถ้าหากเราศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเรียกว่าเทพแล้ว ท่านไม่เอาของมีชีวิต เราก็ควรจะทำการดัดแปลง จากในคัมภีร์ เป็นหัวหมู ไก่เป็ด เอาถั่วมาทำเป็นของเจ  ซึ่งในปะรำพิธีจะไม่มีของคาว อาจเป็นสิ่งสมมุติ เช่นเม็ดขนุน ทองหยิบฝอยทอง ทองหยอด นี่ก็เป็นไข่ จึงถือว่าเป็นมังสวิรัติ

 
คือท่านเหมือนกับสยบมาร เป็นทาสรับใช้ พระตรีมุรติท่านมีบริวารมากมาย ในการสมมุติขึ้น องค์เดิมของท่านเป็นไม้ นำช่างเขมรมาสร้าง ซึ่งของเขมรจริงๆมีอาวุธ ท่านมาอยู่ในยุคกรุงศรีอยุธยา ผู้สร้างก็ไม่มีอาวุธแต่มียักษ์และลิง อยู่เบื้องบาท คอยสยบมาร เดิมทีองค์ท่านที่เป็นองค์ไม้  จะมีฉัตรเงิน ฉัตรทอง ฉัตรนาค  ฉัตรได้ถูกขายออกไปต่างประเทศแล้ว เราไม่สามารถที่จะทำได้เพราะไม่มีแบบ คุณปุณยวีร์เกิดความศรัทธา ท่านอ.สุชาติก็ขออนุญาตองค์เทพให้ เพื่อมาจัดสร้างให้คนรุ่นหลัง  ที่มีบุญได้เช่าไปบูชา อันนี้จะดำเนินการต่อไปแล้วแต่คุณปุณยวีร์ โดยจะจัดพิธีพุทธาภิเษกอีกครั้งที่วัดไตรมิตรวิทยาราม ก็บอกผ่านทางคุณปรนรรท์ว่าผู้มีจิตบริสุทธิ์ มาขออะไรท่านก็
จะสำเร็จตามแรงอธิษฐาน
           พระตรีมูรติท่านไม่ใช่เป็นเทพแห่งความรัก จริงๆแล้วท่านเป็นเทพแห่งสงคราม บังเอิญเทพมีห้าหน้าไปเจอหน้าหลัง ซึ่งอาจจะตรงกับวันพฤหัส เป็นพระกฤษณะเทพ  เสด็จดำรงมาในวันนั้นมาสถิตในองค์เทพ ท่านก็เลยประทานความรักให้ เพราะเทพจะสลับสับเปลี่ยนกันมา จะกล่าวว่าองค์พระตรีมูรติเป็นเทพที่ช่วยมนุษย์ในทุกๆเรื่องก็ว่าได้ ไม่ใช่เจาะจงเป็นเทพแห่งความรัก บางคนเจ็บป่วยมาอธิษฐานกับท่าน ขอให้ท่านช่วยก็ไปบวชให้ ไปนั่งสมาธิให้ก็ประสบความสำเร็จ

เทวรูปบูชา เนื้อสำริดปิดทอง

ขนาดสูง 36 นิ้ว      บูชา   

 พระตรีมูรติ เพ้นท์สี ขนาดสูง 32 นิ้ว    

รูปหล่อลอยองค์

4.1 เนื้อโลหะ ชุบทองแรเงา   ขนาดสูง 2.5 นิ้ว

1899 บาท

4.2 เนื้อโลหะ  ชุบเงินแรเงา   ขนาดสูง 2.5 นิ้ว

1899 บาท

4.3 เนื้อโลหะ ชุบ 3 กษัตริย์ แรเงา   ขนาดสูง 2.5 นิ้ว

1999 บาท

5.1 เนื้อโลหะเงิน ชุบทองแรเงา   ขนาดสูง 3.6 cm.

1799 บาท

5.2 เนื้อโลหะเงิน  ชุบเงินแรเงา   ขนาดสูง 3.6 cm.

1799 บาท

5.3 เนื้อโลหะเงิน ชุบ 3 กษัตริย์ แรเงา   ขนาดสูง 3.6 cm.

1999 บาท

6.1 เนื้อโลหะเงิน ชุบทองแรเงา   ขนาดสูง 2 cm.

1299 บาท

6.2 เนื้อโลหะเงิน  ชุบเงินแรเงา   ขนาดสูง 2 cm.

1299 บาท

6.3 เนื้อโลหะเงิน ชุบ 3 กษัตริย์ แรเงา   ขนาดสูง 2 cm.

1699 บาท

7.1 เหรียญโลหะดอกบัว ชุบทองแรเงา  ขนาดสูง 3.2 cm.

999 บาท

7.2 เหรียญโลหะดอกบัว ชุบเงินแรเงา  ขนาดสูง 3.2 cm.

999 บาท

7.3 เหรียญโลหะดอกบัว ชุบสามกาตริย์แรเงา  ขนาดสูง 3.2 cm.

1299 บาท

7.4 เหรียญโลหะดอกบัว ชุบทองเงา  ขนาดสูง 3.2 cm.

799 บาท

8.1 พระผงเนื้อ ชมพูกลีบบัว ขนาดสูง 4.9 ซ.ม.

599 บาท

8.2 พระผงเนื้อ ขาวดอกมะลิ ขนาดสูง 4.9 ซ.ม.

599 บาท

" พระตรีมูรติ "  ใบมะขาม เนื้อโลหะ ชุบทองแรเงา

 บูชา    499  บาท

" พระตรีมูรติ "  ใบมะขาม เนื้อโลหะ ชุบเงินแรเงา

บูชา    499  บาท

" พระตรีมูรติ "  ใบมะขาม เนื้อโลหะ ชุบ 3 กาตริย์ แรเงา

บูชา    699  บาท

 

 ติดต่อสอบถามบูชาได้แล้ว  " ศรีจินดา "

โทร.083-4918525  แฟ๊กส์. 02-8940171 

E-mail : tanakon2_ch@srichinda.com

เมนูลัด :  หน้าแรก     สินค้าทั้งหมด   Download    Clip VDO    ตรวจสินค้าEMS     วิธีสั่งซื้อและจัดส่ง    วิธีชำระเงิน    ติดต่อเรา

Tags :

15 ความคิดเห็น

  1. 15
    รูปประจำตัว
    rendpea abwinq@fkwjyo.com 12/10/2012 00:31
    Jfno2q friuhajjrpwa
  2. 14
    รูปประจำตัว
    fouravul ysmvvx@vputbz.com 10/10/2012 19:09
    2p1GTa svgxyqflfawl
  3. 13
    รูปประจำตัว
    Karoll reehel88@gmail.com 10/10/2012 07:22
    Your post captures the issue perfelcty!
  4. 12
    รูปประจำตัว
    วิทยา oatmangjab@hotmail.com 28/01/2010 14:23
    ดีนะครับเว็บนี้มีสาระดี วันนี้ผมก็จะไปสักการะพอดีที่ เซนทรัลเวิล ขอพรพระตรีมูรติให้ทุกคนประสบความสำเร็จมั่งคั่งทุกๆคนนะครับ....
  5. 11
    รูปประจำตัว
    พุทธและพราหมณ์คือชีว 02/01/2010 16:54
    ทำไมคนบูชาว่าพระตรีมูรติ

    นั่นพระศิวะต่างหาก



    หากพระตรีมูรติจริงหน้าตาจะต้องไม่เหมือนกัน

    ดูที่ตาที่สามเอาแล้วกันนะจ๊ะ
  6. 10
    รูปประจำตัว
    beeค yyjaneyy@yahoo.co.th 02/10/2009 22:21
  7. 9
    รูปประจำตัว
    JP jaopor@hotmail.com 01/10/2009 23:37
    อยากทราบราคารูปลอยองค์เหมือนเซ็นทรัลเวิลด์

    ไม่ทราบว่ามีขนาดและราคาเท่าไรบ้างครับ
  8. 8
    รูปประจำตัว
    รักไทย คุนนะสาร rakthai.k@thaitank.com 13/04/2009 03:09
    ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูลขององค์พระตรีมูรติ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ศรัทธาในองค์ท่านเช่นกัน ครั้งที่เริ่มให้บูชานั้น(2548) ผมได้รับแจกเป็นภาพบูชา ซึ่งส่งไปทางไปรษณีย์และทุกวันนี้ก็ยังบูชาอยู่ และตอนนี้ผมก็อยากได้เป็นเทวรูปบูชาบ้างครับ ไม่ทราบว่ายังมีให้เช่าบูชาอยู่หรือเปล่า และราคาเท่าไหร่ครับ



    "โอม"



    ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ



    รักไทย



    rakthai.k@thaitank.com

  9. 7
    รูปประจำตัว
    ภูมิ iamphum@hotmail.com 25/02/2009 14:41
    ขอบคุณศรีจินดานะครับ ที่นำสิ่งดีๆ มาสู่ชีวิต



    อนุโมทนาบุญด้วยนะครับ

  10. 6
    รูปประจำตัว
    ผู้ศรัทธา 30/10/2008 14:26
    สนใจมากคับ สวยงามมากคับ

    แต่อยากทราบวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างคับ

    และทำพีธีบวงสรวงที่ไหนคับ

    มีท่านอาจารย์สำคัญๆ เข้าร่วมพีธีกรรมหรือไมคับ

    ขอบคุณคับ

แสดงความคิดเห็น

*

*

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 07/07/2008
ปรับปรุง 09/05/2019
สถิติผู้เข้าชม4,272,630
Page Views5,219,554
สินค้าทั้งหมด 309
« August 2019»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
1-Surin-News
ไปรษณีย์ไทยEMS
รวยด้วย Ebay
Dictionary-Thai-English
ข่าวสดออนไลน์
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สลากกินแบ่งรัฐบาล
Igetweb
Tarad.com
PaySbuy
Web-ClipVedeo
เพื่อนบ้านทั้งหมด
.

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

.

.

.

.

.

.

.

.

.


 ศรีจินดาหน้าหลัก  ศรีจินดาพาธรรม  ศรีจินดาWebboard  ศรีจินดาพาทัวร์  วิธีชำระเงิน  วิธีสั่งซื้อ-จัดส่ง  ติดต่อศรีจินดา
view